วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ความคิดสร้างสรรค์มีพลังเหนือทุกอย่าง


วันนี้ผมขอพูดวิถีชีวิตแบบเซน ของญี่ปุ่นกันนะครับ  1 ปีไวเหมือนโกโห  ผมยอมรับครับว่าผมได้เรียนรู้อะไรมากมายเลย  โดยเฉพาะช่วงหลังมานี้ไม่รู้เป็นอะไรผมหลงไหลในความเป็นญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็น


       - หลักในการดำเนินชีวิต
       - หลักในการทำธุรกิจ
       - หลักในความเรียบง่าย

ทุกอย่างมันดูช่างน่าลงตัวแบบบอกไม่ถูกเลย  วันนี้ผมขอเล่าเรื่องราวของหมู่ชนบทหมู่บ้านหนึ่งในญี่ปุ่นให้เพื่อนๆฟังกันนะครับ

เมืองแห่งนี้ชื่อ "มิโก๊ะฮาระ"  ก่อนที่จะเป็นเมืองดังในญี่ปุ่นย้อนกลับไปหมู่บ้านนี้เป็นเพียงชุมชนเล็กๆชุมชนหนึ่งเป็นที่พักอาศัยของคนแก่วัยเกษียณ  ไม่มีวัด ไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีโรงเรียน จุดเด่นของที่นี้คือ มีข้าวที่มีรสชาติที่เหนือกว่าที่อื่น

จุดเริ่มต้นเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของข้าราชการผู้หนึ่ง ท่านชื่อว่า "ทากาโน๊ะ โจเซน" แนวคิดของท่านคือคิดว่าจะทำอย่างไรให้เมืองนี้เป็นที่น่าสนใจและสร้างรายได้ให้กับชุมชนที่ท่านเป็นผู้นำ  ท่านก็นึกได้ว่าที่นี้มีจุดเด่นคือข้าว  ความหมายของมิโก๊ะฮารา แปลว่า เทพเจ้า  ก็เลยเกิดแนวคิดจะเอาชื่อเมืองแห่งนี้ตั้งเป็นชื่อข้าว ภายใต้ชื่อ  "ข้าวของเทพเจ้า"

จากนั้นท่านก็เขียนหนังสือถึงสมเด็จพระสันตะปาปาเพื่อให้ท่านได้ลองมาชิมข้าวที่หมู่บ้านแห่งนี้  ต้องยอมรับในความพยายามของท่านมาก  ท่านได้ใช้พยายามหลายครั้งในการเขียนจดหมาย  จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ

เรามาดูวิธีปลูกเบื้องต้นครับ


ข้าวมิโก๊ะฮารา  

ระยะเวลาในการปลูก     :    1 ปี
น้ำที่ใช้ในการเพาะปลูก :  ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล  เป็นน้ำจากน้ำแข็งจากหิมะที่ละลาย+น้ำใต้                                                     พิภพ
อุณหภูมิ                           :    16  องศา

มีคนถามท่านว่าในเมื่อขายดีทำไมไม่เพิ่มการผลิตแต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ คุณทากาโน๊ะ ตอบว่า ชาวบ้านที่นี่เน้นคุณภาพ  มากกว่าปริมาณ  โดนใจผมมากเลยครับยุคแห่งทุนนิยมนี้ผู้คนมักสนใจแต่ความมั่งคั่งร่ำรวยจนลืมนึกถึง คุณภาพของตัวสินค้า  เพราะในท้ายที่สุดคุณภาพคือสิ่งที่สะท้อนทุกอย่าง

แต่ที่น่าสนใจก็คือ หลักการตลาดของท่านทากาโน๊ะ คือ เวลาที่มีคนมาถามซื้อข้าวท่านก็จะบอกว่าข้าวของมิโก๊ะฮาระหมดแล้ว อยากได้ต้องไปที่ห้างสรรพสินค้าในเมือง แท้จริงแล้วข้าวไม่ได้หมดแต่เป็นหลักการตลาดที่เยี่ยมมาก  เมื่อคนเข้าไปถามมากเข้าทางห้างก็ติดต่อเข้ามาเอง เยี่ยมจริงๆ


นอกจากเมืองแห่งนี้ขายข้าวแล้ว  ยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชนอื่นๆขายด้วย  เช่น ผักผลไม้ปลอดสารพิษ ร้านกาแฟ และอื่นๆ  เห็นอย่างนี้นะครับในแต่ละปีมีคนเข้ามาศึกษาดูงานในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 70,000 - 100,000 คนเลยทีเดียว

นี่ก็เป็นเรื่องราวที่สะท้อนความคิดของผู้นำชุมชนที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง  ด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการพัฒนาชุมชนที่ท่านอาศัยอยู่ด้วยความจริงใจ  อยากให้ประเทศไทยเราดูผู้นำแบบนี้เป็นตัวอย่างประเทศชาติของเราจะได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วไม่ต้องพึ่งพาต่างชาติอีกต่อไป










ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

THE CARPADEMP : จงมองหาโอกาสในทุกปัญหา

THE CARPADEMP : จงมองหาโอกาสในทุกปัญหา : แน่นอนครับชีวิตของเรานั้น  ไม่มีใครไม่เคยพบเจอกับปัญหา  ทุกคนต่างมีปัญหาและมีวิธีการจัดการกับปัญหาท...