วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เรื่องเล่าของ Ninomiya Sontoku



ที่มา: https://tokyobling.wordpress.com
          https://gademaru.wordpress.com

ปราชญ์ชาวนาผู้กู้วิกฤติความยากจนของเกษตรกรบนพื้นฐานของหลักคุณธรรม  ชายผู้นี้เกิดในตระกูลชาวนาที่ยากจน  ตอนอายุ 14 พ่อเสียชีวิตลง  และอีก 2 ปีต่อมาแม่ก็เสียชีวิตตาม  ทำให้ Ninomiya ต้องไปอยู่กับลุง

เขาพยายามช่วยเหลืองานลุงเท่าที่จะทำได้เนื่องจากเขายังเด็ก  ไม่สามารถทำงานของผู้ใหญ่ได้ แต่ก็ได้ช่วยเหลืองานลุงจนดึกตลอดมา  เมื่ออาศัยอยู่กับลุงได้ระยะหนึ่ง  เขาคิดว่าการศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญจึงค่อยๆ หัดอ่านหนังสือ

หนังสือที่เขาอ่านในตอนนั้นคือ หนังสือ "Great Learning" ของขงจื้อ  เมื่อลุงพบว่าเขาใช้ตะเกียงน้ำมันอ่านหนังสือในตอนกลางคืนลุงโกรธมาก เนื่องจากน้ำมันตะเกียงมีราคาแพง เขาก็รับฟังและหยุดอ่านหนังสือ จนกว่าจะหาน้ำมันมาใช้อ่านหนังสือตอนกลางคืนได้โดยไม่ต้องรบกวนน้ำมันของลุง

ในปีนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจปลูกพืชตรงที่ดินผืนเล็กๆ ริมแม่น้ำภายในไม่กี่เดือนเขาก็เก็บเมล็ดไปขายแลกกับน้ำมันตะเกียง  เขาอ่านหนังสือตอนกลางคืนได้โดยไม่ต้องรบกวนน้ำมันของลุง  ทว่าลุงก็โกรธอีก  การอ่านหนังสือไม่เห็นสร้างประโยชน์อะไรกับการงาน  เวลาของหลาน ก็คือ เวลาของลุงต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร  เขาใช้เวลาที่เดินไปกลับที่พักกับแปลงนาในการอ่านหนังสือ  เขาได้เรียนรู้วิธีการทำการเกษตร  ได้เรียนรู้ปรัชญาขงจื้อ  ซึ่งความรู้เหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ของเขาในเวลาต่อมา

จากประสบการณ์ในการปลูกพืชเพื่อแลกน้ำมันในครั้งนั้น  ทำให้เขาได้เรียนรู้ว่า "หวานพืชอย่างไร ย่อมได้ผลเช่นนั้น"  เขาแปลงบ่อน้ำแห่งนี้มาเป็นที่นาย่อมๆ  ค่อยๆพรวนดิน ค่อยๆหว่านเมล็ดข้าว  ทดลองทำการเกษตรแบบใหม่ตามที่ได้ศึกษาในฤดูใบไม้ร่วงถัดมา  เขาได้ข้าวถึงสองกระสอบจากพื้นดินเล็กๆแห่งนั้น

เมื่อเขาโตขึ้นและพอมีอิสระ  เขาออกจากบ้านลุงและกลับไปบ้านพ่อแม่  จากนั้นเขาพัฒนาที่ดินรกร้างตรงนั้นให้กลายมาเป็นพื้นที่เกษตรกรรมดั่งที่เขาพัฒนาแอ่งน้ำร้างในหมู่บ้านเริ่มสะสมทุนและเริ่มมีฐานะ
เรื่องที่เขาพัฒนาที่ดินดังไปถึงเจ้าเมือง  ซึ่งกำลังกลุ้มใจเรื่องหมู่บ้านบางแ่หงซึ่งไม่สามารถส่งภาษี่ข้าวได้มากเหมือนแต่ก่อน  หมู่บ้านเหล่านี้เคยอุดมสมบูรณ์ประชากรอยู่เยอะ  แต่เมื่อคนใช้พื้นที่เพาะปลูกเยอะดินเริ่มเสีย  คนก็เริ่มย้ายออกไป  ปล่อยให้ดินรกร้าง คนที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านก็เป็นคนขี้เกียจทำไร่ทำนาบางคนก็เป็นขโมย

ท่านเจ้าเมืองจึงขอให้เขามาช่วยพัฒนาหมู่บ้านเหล่านี้ ท่านอ้อนวอนถึง 3 ปีเขาจึงตกลงรับคำ  เมื่อไปถึงหมู่่บ้าน  เขาสังเกตชีวิตความเป็นอยู่  เดินเข้าไปคุยกับชาวบ้านแต่ละบ้าน  เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ที่พอจะทำการเกษตรได้บ้าง

เขารายงานท่านเจ้าเมืองว่า "การส่งเงินช่วยเหลือ  หรือการละเว้นภาษีไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนน้ได้และควรยกเลิกการช่วยเหลือการเงินเสีย"  เขามองว่าทุกคนต้องใช้แรง ใช้พลังของตัวเองในการดิ้นรนเพื่อหลุดจากบ่วงความจนนั้นได้  เขาสอนให้ชาวบ้านอดทนอุตสาหะในการทำงาน  เขาสอนให้ชาวบ้านรู้จักการช่วยเหลือตัวเอง  ค่อยๆทำเป็นตัวอย่างให้ดู  ทั้งวิธีการปลูกพืช และวิธี ขยัน

เขาตื่นมาทำงานก่อนใครและกลับดึกที่สุด  เขานอนเพียงวันละ 2 ชั่วโมงเท่านั้น  ความมานะบากบั่นของเขาและการมุ่งปฎิรูปหมู่บ้านอย่างแท้จริง  จิตใจที่ทำเพื่อชาวบ้านอย่างแท้จริง  ทำให้ชาวบ้านหันมาหยิบจอบปลูกพืชผักทำนาตาม

กำนันคนหนึ่งแจ้งเขาว่ามีชายคนหนึ่งทำงานขยันขันแข็ง คนเดียวทำงานได้เท่ากับคน 3 เท่าเราน่าจะให้รางวัลเขา  เขารู้ว่าตลอดเวลาเขาทำงานหนักมาตลอดเวลาไม่มีทางที่คนคนหนึ่งจะทำงานได้มากขนาดนั้น

เขาจึงให้ชายผู้นั้นทำงานต่อหน้า ปรากฎว่าชายคนนั้นทำไม่ได้อย่างที่เคย โม้ ไว้เขาสารภาพว่า  ตนทำงานหนักแค่ตอนที่เจ้าหน้าทีรัฐมาดูงานเท่านั้น  ในทางกลับกัน  เมื่อถึงช่วงสิ้นฤดูกาลเขากลับตบรางวัลให้ชายแก่คนนั้นอย่างงดงาม

ในสายตาคนอื่น  ชายแก่ผู้นี้เป็นชายแก่แรงน้อยเขาทำงานได้แค่ขุดรากวัชพืชออก  ไม่ได้เป็นงานสลักสำคัญอะไรเท่ากับงานอื่น  เขาสังเกตทุกคนขณะทำงานมาตลอดว่าเขาทำงานที่ไม่มีใครอยากทำ  แต่ก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร  ไม่ได้พยายามทำตัวเด่น  แต่ตั้งอกตั้งใจเพื่อหมู่บ้านจริงๆ  รางวัลนี้ ลุงสมควรได้รับแล้ว  ความซื้อสัตย์และความขยันขันแข็งในการทำงาน  ทำให้ท่านสมควรได้รับรางวัลตอบแทนบ้าง

ชายแก่ผุ้ไม่เคยมีใครเหลี่ยวแลเอาแขนเสื้อเช็ดน้ำตาเองสวรรค์มีตาจริงๆ  อ่านเรื่องราวนี้ทำให้รู้เลยว่าผู้นำที่ดึเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวต่อไปได้อย่างไม่หยุด  ทุกการกระทำ ทุกความคิด  ล้วนส่งผลให้ตัวผู้นำเป็นบุคคลตนแบบให้กับคนในชุมชนได้  ผมสัญญาครับว่าผมจะนำเขาไปเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

THE CARPADEMP : จงมองหาโอกาสในทุกปัญหา

THE CARPADEMP : จงมองหาโอกาสในทุกปัญหา : แน่นอนครับชีวิตของเรานั้น  ไม่มีใครไม่เคยพบเจอกับปัญหา  ทุกคนต่างมีปัญหาและมีวิธีการจัดการกับปัญหาท...