ทุกทางเลือกคือเงิน
คนเราเกิดมาอาจมีทางเลือกในชีิวิตไม่มากนัก แต่สำหรับ โทมัส บูน พิกเคนส์ ถือว่าทุกทางเลือกนั้นล้วนเป็นเงินเป็นทองทั้งสิ้น เพราะไม่ว่าจะเบนเข็มธุรกิจไปทางไหน มหาเศรษฐีชาวอเมริกันคนนี้ก็ยังสร้างเงินไม่หยุดหย่อน และที่สำคัญก็ไม่คิดจะวางมือด้วย การเกษียณทั้งๆ ที่อายุก็ล่วงเลยไปถึง 85 ปี
บนถนนแห่งการชิงแชมป์ทางด้านธุรกิจพลังงานจำพวกน้ำมันและแก๊ส พิกเคนส์ ถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจที่สั่งสมประสบการณ์มามากพอ โยนับตั้งแต่ปี 1980 เขาก็โกยเงินจากการก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ๋ทั้ง 3 แห่ง อย่าง Unocal , Pioneer , และ BP Energy Fund บริษัทผู้ค้าพลังงานเอกชนรายใหญ่ที่สุดแห่งสหรัฐ รวมมูลค่าทรัพย์สินถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ
แต่ก่อนที่จะมาเเจ้งเกิดความรวยแบบนี้ พิกเคนส์ ก็ต้องฝ่าด่านที่ยากลำบากมาหลายครั้งด้วยกัน โดยชีวิตในวัยเด็กของเขาอาจถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นผู้ค้าพลังงาน เพราะพ่อเป็นผู้ดูแลพื้นที่น้ำมัน ส่วนแม่ก็เปิดร้านขายแก๊สโซลีนในร้านค้าท้องถิ่น วิธีหาเงินครั้งแรกของเขาก็คือ การเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ตามบ้าน โดยต้องปั่นจักรยานให้เร็วที่สุดเพื่อทำเวลาให้การหาเงินจาก 28 หลัง ก็กลายมาเป็น 154 หลัง ทำให้พิกเคนส์ คิดว่าวิธีเหล่านี้อาจจะเป็นทางเดินของเขาในการทำธุรกิจต่อไปได้
แม้ความฝันอยากเป็นนักธุรกิจ แต่พิกเคนส์ ก็ไม่เลือกเรียนสาขาบริหารธุรกิจเพราะวิชาหลักที่เขาเลือกเรียนก็คือ ภูมิศาสตร์แห่งรั้วมหาวิทยาลัย Oklahoma State University เพื่อเจาะลึกถึงแหล่งพลังงานอันจะปูทางให้เข้าได้เลือกช่องทางค้าขายในธุรกิจสายนี้ได้มากขึ้น
ทันที่ที่จบปริญญาตรี ก็ได้รับการว่าจ้างให้ทำงานในบริษัท Phillips Petroleum หลังจากนั้นก็ผลักดันตัวเองมาเป็นผู้สำรวจน้ำมัน และก่อตั้งบริษัทที่มีชื่อว่า Mesa Petroleum แต่ด้วยประสบการณ์บริหารธุรกิจที่น้อย ทำให้บริษั่ของเข้าต้องถูก Hugoton Production เทกโอเวอร์ไปอย่างกะทันหัน
ข้อผิดพลาดในครั้งนั้น ทำให้ พิกเคนส์ ขอแก้มืออีกครั้งด้วยการลงทุนในรูปแบบผู้ถือหุ้นตามบริษัทต่างๆ โดยให้เหตุผลว่าเขาสามารถเลือก ซื้อ และขายพพลังงานหลายชนิดได้ตามใจสั่ง พร้อมกับก่อตั้งบริษัท BP Energy Fund ซึ่งเป็นบริษัทเพื่อการลงทุนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ บริษัทนี้ทำเงินให้ พิกเคนส์ ได้มาถึง 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เขานำเงินก้อนใหญ่นี้มาต่อยอดสร้างบริษัทลูกได้ตามที่เขาต้องการ
ต่อมาเขาพบว่า แหล่งพลังงานที่มีอิทธิพลสำหรับโลกในยุคปัจจุบันคงหนี้ไม่พ้นพลังงานสีเขียว เนื่องจากค่ายรถยนต์ต่างๆ เริ่มปรับเปลี่ยนจากใช้ก๊าซธรรมชาติแทนที่น้ำมันด้วยเหตุนี้ พิก เคนส์ จึงพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของเขาให้ครอบคลุมมากขึ้นด้วยการรวบรวมพลังงานทุอย่างไว้ในมือ ตัวอย่างเช่น แสงอาทิตย์ ลม และก๊าซธรรมชาติ โดยมุ่งหวังจะยกระดับให้มลรัฐเทกซัสแห่งสหรัฐเป็นแหล่งผลิตพลังงานทางเลือกอันดับหนึ่งของโลกให้ได้
ตัวอย่างพลังงานสะอดาที่เขากำลังทุ่มเงินลงทุนอยู่นั้นก็คือ Redeem ซึ่งเป็นชื่อพลังงานที่ตั้งชื่อขึ้นเอง โดยพลังงานชิ้นนี้มีคุณสมบัติพิเศษกว่า LPG และ CNG ตรงที่เป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมค่ายรถยนต์และรถบรรทุกตามเมืองใหญ่ๆ ในสหรัฐก็ใช้ Redeem กันทั้งสิ้น
พลังงานสีเขียวนี้ทำให้เขาตั้งชื่อบริษัทน้องใหม่ล่าสุดของเขาว่า Clean Energy Fuels ซึ่งก่อตั้งมาเพียง 12 ปีเท่านนั้น แต่ว่าสามารถทำเงินเข้ากระเป็าให้กับมหาเศรษฐีน้ำมัันคนนี้ได้หลายพันล้านเหรียญสหรัฐ โดยตัวเงินที่ได้มานั้นเกิดจากการลงทุนในการลงทุนในพลังงานทางเลือกอย่างพลังงานลม ซึ่งทางบริษัทของเขา ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะขยายโครงการสร้างกังหันลมให้ได้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ
เคล็ดลับของการเป็นคนรวยของชายผู้นี้ก็คือ การเป็นคนที่ไม่คิดถึงอดีต และต้องมองไปข้างหน้าเสมอ โดยโทมัส บูน พิกเคนส์ เผยว่า สมองของเขานั้นอ่อนกว่าอายุจริงถึง 30 ปี นั่นก็หมายความว่ามันมีเรื่องต่างๆนาๆ ให้เขาต้องคิดหาทางเลือกในการทำเงินอยู่เสมอ และคงไม่มีวันไหนที่เขาจะวางมือจากการบริหารแหล่งพลังงานรายใหญ่ของโลกไปได้
เลือกสิ่งที่มีค่า มากกว่าเงิน
คนเราเกิดมาอาจมีทางเลือกในชีิวิตไม่มากนัก แต่สำหรับ โทมัส บูน พิกเคนส์ ถือว่าทุกทางเลือกนั้นล้วนเป็นเงินเป็นทองทั้งสิ้น เพราะไม่ว่าจะเบนเข็มธุรกิจไปทางไหน มหาเศรษฐีชาวอเมริกันคนนี้ก็ยังสร้างเงินไม่หยุดหย่อน และที่สำคัญก็ไม่คิดจะวางมือด้วย การเกษียณทั้งๆ ที่อายุก็ล่วงเลยไปถึง 85 ปี
บนถนนแห่งการชิงแชมป์ทางด้านธุรกิจพลังงานจำพวกน้ำมันและแก๊ส พิกเคนส์ ถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจที่สั่งสมประสบการณ์มามากพอ โยนับตั้งแต่ปี 1980 เขาก็โกยเงินจากการก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ๋ทั้ง 3 แห่ง อย่าง Unocal , Pioneer , และ BP Energy Fund บริษัทผู้ค้าพลังงานเอกชนรายใหญ่ที่สุดแห่งสหรัฐ รวมมูลค่าทรัพย์สินถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ
แต่ก่อนที่จะมาเเจ้งเกิดความรวยแบบนี้ พิกเคนส์ ก็ต้องฝ่าด่านที่ยากลำบากมาหลายครั้งด้วยกัน โดยชีวิตในวัยเด็กของเขาอาจถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นผู้ค้าพลังงาน เพราะพ่อเป็นผู้ดูแลพื้นที่น้ำมัน ส่วนแม่ก็เปิดร้านขายแก๊สโซลีนในร้านค้าท้องถิ่น วิธีหาเงินครั้งแรกของเขาก็คือ การเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ตามบ้าน โดยต้องปั่นจักรยานให้เร็วที่สุดเพื่อทำเวลาให้การหาเงินจาก 28 หลัง ก็กลายมาเป็น 154 หลัง ทำให้พิกเคนส์ คิดว่าวิธีเหล่านี้อาจจะเป็นทางเดินของเขาในการทำธุรกิจต่อไปได้
แม้ความฝันอยากเป็นนักธุรกิจ แต่พิกเคนส์ ก็ไม่เลือกเรียนสาขาบริหารธุรกิจเพราะวิชาหลักที่เขาเลือกเรียนก็คือ ภูมิศาสตร์แห่งรั้วมหาวิทยาลัย Oklahoma State University เพื่อเจาะลึกถึงแหล่งพลังงานอันจะปูทางให้เข้าได้เลือกช่องทางค้าขายในธุรกิจสายนี้ได้มากขึ้น
ทันที่ที่จบปริญญาตรี ก็ได้รับการว่าจ้างให้ทำงานในบริษัท Phillips Petroleum หลังจากนั้นก็ผลักดันตัวเองมาเป็นผู้สำรวจน้ำมัน และก่อตั้งบริษัทที่มีชื่อว่า Mesa Petroleum แต่ด้วยประสบการณ์บริหารธุรกิจที่น้อย ทำให้บริษั่ของเข้าต้องถูก Hugoton Production เทกโอเวอร์ไปอย่างกะทันหัน
ข้อผิดพลาดในครั้งนั้น ทำให้ พิกเคนส์ ขอแก้มืออีกครั้งด้วยการลงทุนในรูปแบบผู้ถือหุ้นตามบริษัทต่างๆ โดยให้เหตุผลว่าเขาสามารถเลือก ซื้อ และขายพพลังงานหลายชนิดได้ตามใจสั่ง พร้อมกับก่อตั้งบริษัท BP Energy Fund ซึ่งเป็นบริษัทเพื่อการลงทุนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ บริษัทนี้ทำเงินให้ พิกเคนส์ ได้มาถึง 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เขานำเงินก้อนใหญ่นี้มาต่อยอดสร้างบริษัทลูกได้ตามที่เขาต้องการ
ต่อมาเขาพบว่า แหล่งพลังงานที่มีอิทธิพลสำหรับโลกในยุคปัจจุบันคงหนี้ไม่พ้นพลังงานสีเขียว เนื่องจากค่ายรถยนต์ต่างๆ เริ่มปรับเปลี่ยนจากใช้ก๊าซธรรมชาติแทนที่น้ำมันด้วยเหตุนี้ พิก เคนส์ จึงพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของเขาให้ครอบคลุมมากขึ้นด้วยการรวบรวมพลังงานทุอย่างไว้ในมือ ตัวอย่างเช่น แสงอาทิตย์ ลม และก๊าซธรรมชาติ โดยมุ่งหวังจะยกระดับให้มลรัฐเทกซัสแห่งสหรัฐเป็นแหล่งผลิตพลังงานทางเลือกอันดับหนึ่งของโลกให้ได้
ตัวอย่างพลังงานสะอดาที่เขากำลังทุ่มเงินลงทุนอยู่นั้นก็คือ Redeem ซึ่งเป็นชื่อพลังงานที่ตั้งชื่อขึ้นเอง โดยพลังงานชิ้นนี้มีคุณสมบัติพิเศษกว่า LPG และ CNG ตรงที่เป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมค่ายรถยนต์และรถบรรทุกตามเมืองใหญ่ๆ ในสหรัฐก็ใช้ Redeem กันทั้งสิ้น
พลังงานสีเขียวนี้ทำให้เขาตั้งชื่อบริษัทน้องใหม่ล่าสุดของเขาว่า Clean Energy Fuels ซึ่งก่อตั้งมาเพียง 12 ปีเท่านนั้น แต่ว่าสามารถทำเงินเข้ากระเป็าให้กับมหาเศรษฐีน้ำมัันคนนี้ได้หลายพันล้านเหรียญสหรัฐ โดยตัวเงินที่ได้มานั้นเกิดจากการลงทุนในการลงทุนในพลังงานทางเลือกอย่างพลังงานลม ซึ่งทางบริษัทของเขา ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะขยายโครงการสร้างกังหันลมให้ได้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ
เคล็ดลับของการเป็นคนรวยของชายผู้นี้ก็คือ การเป็นคนที่ไม่คิดถึงอดีต และต้องมองไปข้างหน้าเสมอ โดยโทมัส บูน พิกเคนส์ เผยว่า สมองของเขานั้นอ่อนกว่าอายุจริงถึง 30 ปี นั่นก็หมายความว่ามันมีเรื่องต่างๆนาๆ ให้เขาต้องคิดหาทางเลือกในการทำเงินอยู่เสมอ และคงไม่มีวันไหนที่เขาจะวางมือจากการบริหารแหล่งพลังงานรายใหญ่ของโลกไปได้
เลือกสิ่งที่มีค่า มากกว่าเงิน
ตัวเลขทรัพย์สินที่เขาครอบครองนั้นอาจจะไม่เตะตาเหมือนกับเศรษฐีคนอื่นๆ นั่นเป็นเพราะว่าเงินต่างๆ ที่เขาหาได้มากนั้นถูกบริจาคไปให้แก่สถาบันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์ และโรงเรียน ด้วยยอดเงินบริจาคที่มอบให้กับสถาบันต่างๆ นั้นเป็นเงินถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งตัวเลยการบริจาคเยอะที่สุดก็คือ อาคารและกีฬาและศูนย์การศึกษาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัย Oklahoma State University ซึ่งเป็นมหาวิทญาเก่าที่มหาเศรษฐีคนเนี้เรียนจบมา ตัวอาคารทั้งสองใช้เงินก่อสร้างมากถึง 4 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น