ชื่อของ โมอัมหมัด หรือ โม อิบราฮิม เป็นที่รู้จัในวงการธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ในฐานที่เขาเป็นผู้ก่อตรั้งบริษัท Celtel ผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือถึง 24 ล้านเลขหมายใน 14 ประเทศของทวีปแอฟริกา แม้วันนี้เธอจะขายกิจการที่ปลุกปั้นมากับมือไปแล้วแต่เขาผู้นี้ยังเป็นที่ยอมรับในวงการนักธุรกิจและผู้นำโลกในฐานะผู้ที่มีคุณูปการต่อการพัฒนาทวีปแอฟริกาให้ทัดเทียมกับดินแดนอื่นๆ
ในวันนี้ อิบราฮิม มีสัญชาติเป็นชาวสหราชอาณาจักรเต็มตัว และยังคงพักอยู่ ณ กรุงลอนดอน ก่อนหน้าที่ในวัยที่กำลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเเบรดฟอร์ด ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม ในสาขาโทรคมนาคมไร้สาย
แต่พื้นเพของเขาผู้นี้เป็นชาวแอฟริกาเต็มตัวจากประเทศซูดาน ดินเเดนทะเลทรายที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าเชื่อมต่อระหว่างเอเชียผ่านแอฟริกาเหนือไปยังยุโรป หนึ่งในความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขาก็คือการพลิกฟื้นแอฟริกาให้เป็นดินแดนอันรุ่งโรจน์เหมือนอดีตอีกครั้ง ไม่เฉพาะในซูดานบ้านเกิดแต่รวมถึงทวีปทั้งทวีป
อิบราฮิม ทำสำเร็จในขั้นแรกด้วยการเป็นเจ้าของบริษัทที่สามารถวางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเป็นรายแรกของแอฟริกา เส้นทางของความสำเร็จนี้เริ่มต้นจากการทำงานร่วมกับ British Telecom ต่อมา ทำงานร่วมกับ Cellnet บริษัทลูกของ British Telecom จนกระทั่งก่อตั้งบริษัท MSI ที่ปรีกษาและพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งในเวลาต่อมาต่อยอดออกมาเป็นบริษัท MSI-Cellular Investments
ต่อมา บริษัทนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Celtel ซึ่งกลายเป็นตำนานธุรกิจโทรคมนาคมของแอฟริกาในเวลาต่อมา ทุกวันนี้เธอมีทรัพย์สินกว่า 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ และอยู่อันดับที่ 1,530 ของตารางการจัดอัันดับมหาเศรษฐีโลก ดูไปแล้วด้วยทรัพย์สินเพียงแค่นี้ยังไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นบุคคลสำคัญระดับโลกได้
ก่อนหน้านี้ เขายเคยมีทรัพย์สินเกือบ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่อาจเป็นการขายธุรกิจที่ปลุกปั้นมา รวมถึงการทุ่มเทให้กับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาศักยภาพแอฟริกา ทำให้เขาอาจมีกำลังทรัพย์ลดลง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงและการยกย่องจากชาวโลกลดน้อยลงเลย ตรงกันข้ามการขายธุรกิจเพื่อทำงานให้บ้านเกิดเมืองนอนอย่างเต็มตัว ยิ่งทำให้ผู้นำโลกและบุคคลสำคัญระดับโลกอยากใกล้ชิดเขาผู้นี้มากขึ้นไปอีก
ส่วนผู้บริหารมูลนิธินี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลุกสาวที่มากความสามารถที่ชื่อ ฮาดีล อิบราฮิม เมื่อปีที่แล้ว ฮาดีลได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 20 คนหนุ่มสาวผู้ทรงอิทธิพลแห่งแอฟริกา และยังเป็นหญิงสาวที่ขยันขันแข็งในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นกองทุนบริหารของกองทุนแมร์รี่ โรบินสัน เพื่อการควบคุมภาวะโลกร้อน และเร็วๆนี้เพิ่งได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมสภานานาชาติ ขององค์กรนิรโทษกรรมสากล
และยังมีอีกหลากหลายผลงานเพื่อกระตุ้นคนหนุ่มสาวให้ตระหนักในศักยภาพของตัวเอง นับเป็นหญิงสาวที่เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นคนหนึ่งหรือล้ำหน้ากว่าผู้เป็นพ่อด้วยซ้ำ งานหลักของเธอคือการบริหารมูลนิธิ โม อิบราฮิมซึ่งเป็นที่รู้จักกันในเรื่องรางวัลที่มอบให้กับผู้นำชาวแอฟริกันที่มีผลงานโดดเด่น รางวัลนี้มิใช่เพียงมอบให้เฉพาะผู้นำจากทวีปนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นรางวัลที่มีตัวเงินสูงสุดที่มอบให้กับบุคคลหนึ่งๆ
ในแต่ละปี เธอจะได้คัดเลือกเป็นผู้นำที่บริหารงานด้วยความโปร่งใส มีธรรมภิบาลและช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในแอฟริกา ผู้ที่เข้าตาจะได้เงินรางวัลถึง 5 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตามในช่วง 5 ปีนับตั้งแต่มีการมอบรางวับนี้มีเพียงครั้งเดียวที่มีการแจกรางวัล ส่วนอีก 4 ปีที่เหลือไม่มีการแจก เพราะปราศจากผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน นั่นหมายความว่า รางวัลนี้ใหญ่จริง และเยอะจริง แต่คนที่จะได้ต้องเป็นของจริงเท่านั้น
แม้จะยากเย็น แต่ก้เป็นอีกหนึ่งมาตรการในการตัดสินน้ำใจล่อให้ผู้นำในทวีปแอฟริกาใส่ใจกับธรรมาภิบาลมากขึ้น เพราะอย่างที่โม อิบราฮิม พ่อของฮาดีล กล่าวว่า แอฟริกาเป็นทวีปที่ร่ำรวยไปด้วยทรัพยากรมากที่สุด แต่กลับเป็นทวีปที่มีผู้คนยากจนแร้นแค้นทีสุด ปัญหาส่วนหนึ่งเพราะการคอร์รัปชั่นและผู้นำที่ไร้ประสิทธิภาพ
คำถามสำคัญก็คือ สองพ่อลุกนี้จะได้อะไรจากการนำเงินส่วนตัวมาแจกให้กับคนอื่น แน่นอนว่านี่ไม่ใช่งานอดิเรก ไม่ใช่กิจกรรมทำบุญและไม่ใช่การอวดรวย แต่เป็นหนึ่งในการลงทุนชั้นยอด นั่นคือการลงทุนกับทรัพยากรบุคคลระดับท็อป ให้เขาเหล่านี้ได้เป็นะงนำในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อปูทางให้แอฟรกาได้ลืมตาอ้าปากอย่างยั่งยืน
นี่คือเจตนารมณ์ที่สองพ่อลูกอิบราฮิมยืนยันมาโดยตลอด ตั้งแต่นำ Celtel บุกแอฟริการ จนถึงวันที่ไร้เงาบริษัทของตัวเอง แต่ก็ยังมุ่งมั่นกับการลงทุนครั้งใหญ่ เพื่อพลิกฟื้นบ้านเกิดให้ร่ำรวยสมใจ รอดพ้นจากเงื้อมมือของเผด็จการ โจรร้าย ผู้นำคลั่งอำนาจ และความยากจน
แม้จะไม่ติดท็อป 10 ในเรื่องความร่ำรวย แต่พอลุกอิบราฮิมก็ติดอยู่ในท็อป 3 ไทคูนฮีโร่ของคนยากและเป็นแรงบันดาลใจของคนหนุ่มสาวแน่นอน
ในวันนี้ อิบราฮิม มีสัญชาติเป็นชาวสหราชอาณาจักรเต็มตัว และยังคงพักอยู่ ณ กรุงลอนดอน ก่อนหน้าที่ในวัยที่กำลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเเบรดฟอร์ด ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม ในสาขาโทรคมนาคมไร้สาย
แต่พื้นเพของเขาผู้นี้เป็นชาวแอฟริกาเต็มตัวจากประเทศซูดาน ดินเเดนทะเลทรายที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าเชื่อมต่อระหว่างเอเชียผ่านแอฟริกาเหนือไปยังยุโรป หนึ่งในความฝันอันยิ่งใหญ่ของเขาก็คือการพลิกฟื้นแอฟริกาให้เป็นดินแดนอันรุ่งโรจน์เหมือนอดีตอีกครั้ง ไม่เฉพาะในซูดานบ้านเกิดแต่รวมถึงทวีปทั้งทวีป
อิบราฮิม ทำสำเร็จในขั้นแรกด้วยการเป็นเจ้าของบริษัทที่สามารถวางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเป็นรายแรกของแอฟริกา เส้นทางของความสำเร็จนี้เริ่มต้นจากการทำงานร่วมกับ British Telecom ต่อมา ทำงานร่วมกับ Cellnet บริษัทลูกของ British Telecom จนกระทั่งก่อตั้งบริษัท MSI ที่ปรีกษาและพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งในเวลาต่อมาต่อยอดออกมาเป็นบริษัท MSI-Cellular Investments
ต่อมา บริษัทนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Celtel ซึ่งกลายเป็นตำนานธุรกิจโทรคมนาคมของแอฟริกาในเวลาต่อมา ทุกวันนี้เธอมีทรัพย์สินกว่า 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ และอยู่อันดับที่ 1,530 ของตารางการจัดอัันดับมหาเศรษฐีโลก ดูไปแล้วด้วยทรัพย์สินเพียงแค่นี้ยังไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นบุคคลสำคัญระดับโลกได้
ก่อนหน้านี้ เขายเคยมีทรัพย์สินเกือบ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่อาจเป็นการขายธุรกิจที่ปลุกปั้นมา รวมถึงการทุ่มเทให้กับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาศักยภาพแอฟริกา ทำให้เขาอาจมีกำลังทรัพย์ลดลง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงและการยกย่องจากชาวโลกลดน้อยลงเลย ตรงกันข้ามการขายธุรกิจเพื่อทำงานให้บ้านเกิดเมืองนอนอย่างเต็มตัว ยิ่งทำให้ผู้นำโลกและบุคคลสำคัญระดับโลกอยากใกล้ชิดเขาผู้นี้มากขึ้นไปอีก
ส่วนผู้บริหารมูลนิธินี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลุกสาวที่มากความสามารถที่ชื่อ ฮาดีล อิบราฮิม เมื่อปีที่แล้ว ฮาดีลได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 20 คนหนุ่มสาวผู้ทรงอิทธิพลแห่งแอฟริกา และยังเป็นหญิงสาวที่ขยันขันแข็งในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นกองทุนบริหารของกองทุนแมร์รี่ โรบินสัน เพื่อการควบคุมภาวะโลกร้อน และเร็วๆนี้เพิ่งได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมสภานานาชาติ ขององค์กรนิรโทษกรรมสากล
และยังมีอีกหลากหลายผลงานเพื่อกระตุ้นคนหนุ่มสาวให้ตระหนักในศักยภาพของตัวเอง นับเป็นหญิงสาวที่เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นคนหนึ่งหรือล้ำหน้ากว่าผู้เป็นพ่อด้วยซ้ำ งานหลักของเธอคือการบริหารมูลนิธิ โม อิบราฮิมซึ่งเป็นที่รู้จักกันในเรื่องรางวัลที่มอบให้กับผู้นำชาวแอฟริกันที่มีผลงานโดดเด่น รางวัลนี้มิใช่เพียงมอบให้เฉพาะผู้นำจากทวีปนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นรางวัลที่มีตัวเงินสูงสุดที่มอบให้กับบุคคลหนึ่งๆ
ในแต่ละปี เธอจะได้คัดเลือกเป็นผู้นำที่บริหารงานด้วยความโปร่งใส มีธรรมภิบาลและช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในแอฟริกา ผู้ที่เข้าตาจะได้เงินรางวัลถึง 5 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตามในช่วง 5 ปีนับตั้งแต่มีการมอบรางวับนี้มีเพียงครั้งเดียวที่มีการแจกรางวัล ส่วนอีก 4 ปีที่เหลือไม่มีการแจก เพราะปราศจากผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน นั่นหมายความว่า รางวัลนี้ใหญ่จริง และเยอะจริง แต่คนที่จะได้ต้องเป็นของจริงเท่านั้น
แม้จะยากเย็น แต่ก้เป็นอีกหนึ่งมาตรการในการตัดสินน้ำใจล่อให้ผู้นำในทวีปแอฟริกาใส่ใจกับธรรมาภิบาลมากขึ้น เพราะอย่างที่โม อิบราฮิม พ่อของฮาดีล กล่าวว่า แอฟริกาเป็นทวีปที่ร่ำรวยไปด้วยทรัพยากรมากที่สุด แต่กลับเป็นทวีปที่มีผู้คนยากจนแร้นแค้นทีสุด ปัญหาส่วนหนึ่งเพราะการคอร์รัปชั่นและผู้นำที่ไร้ประสิทธิภาพ
คำถามสำคัญก็คือ สองพ่อลุกนี้จะได้อะไรจากการนำเงินส่วนตัวมาแจกให้กับคนอื่น แน่นอนว่านี่ไม่ใช่งานอดิเรก ไม่ใช่กิจกรรมทำบุญและไม่ใช่การอวดรวย แต่เป็นหนึ่งในการลงทุนชั้นยอด นั่นคือการลงทุนกับทรัพยากรบุคคลระดับท็อป ให้เขาเหล่านี้ได้เป็นะงนำในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อปูทางให้แอฟรกาได้ลืมตาอ้าปากอย่างยั่งยืน
นี่คือเจตนารมณ์ที่สองพ่อลูกอิบราฮิมยืนยันมาโดยตลอด ตั้งแต่นำ Celtel บุกแอฟริการ จนถึงวันที่ไร้เงาบริษัทของตัวเอง แต่ก็ยังมุ่งมั่นกับการลงทุนครั้งใหญ่ เพื่อพลิกฟื้นบ้านเกิดให้ร่ำรวยสมใจ รอดพ้นจากเงื้อมมือของเผด็จการ โจรร้าย ผู้นำคลั่งอำนาจ และความยากจน
แม้จะไม่ติดท็อป 10 ในเรื่องความร่ำรวย แต่พอลุกอิบราฮิมก็ติดอยู่ในท็อป 3 ไทคูนฮีโร่ของคนยากและเป็นแรงบันดาลใจของคนหนุ่มสาวแน่นอน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น